ออกกําลังกายธรรมดา

 

ออกกําลังกายธรรมดา สุขภาพดีเราต้องดูแลตนเอง นอกจากอาหาร อากาศบริสุทธิ์ และจิตใจสบายไม่เครียดแล้ว การออกกำลังให้สุขภาพดีนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่มักจะมีข้อแก้ตัวบ่อยๆว่า ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ ความจริงแล้วไม่ต้องใช้เวลามากมายเพียงแค่วันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็พอ จะเกิดผลดีต่อหัวใจและปอด และก็ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมายหรือเครื่องมือราคาแพงอะไร มีเพียงพื้นที่ในการเดินก็พอแล้ว วิธีดีที่สุดคือการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ในกรณีที่สิ่งแวดล้อมของหมู่บ้านไม่สะดวกหรือเสี่ยงกับอุบัติเหตุ อาจใช้วิธีถีบจักรยานอยู่กับที่หรือเดินบนสายพานในขณะที่ฟังข่าวหรือดูละคร โทรทัศน์ ต้องถือว่าการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน

การออกกำลังกายธรรมดาๆ เป็นกิจกรรมทางกายใด ๆ ก็ได้ที่เสริมหรือคงสภาพสมรรถภาพทางกาย ความแข็งแรงและสุขภาพทั่วไปของร่างกาย อาจทำเพราะเหตุต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อเสริมการเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย ออกกำลังกายธรรมดา ป้องกันไม่ให้แก่เร็ว เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิต ปรับปรุงทักษะทางกีฬา ลดหรือรักษาน้ำหนัก และเพื่อความสนุก การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่นโรคหัวใจร่วมหลอดเลือด เบาหวาน และโรคอ้วน  หลาย ๆ คนเลือกออกกำลังกายนอกบ้านที่ทำเป็นกลุ่มเพื่อสังสรรค์ และเพื่อความสุข  อนึ่ง การออกกำลังกายยังช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและลดความเครียดได้

 

การเริ่มต้นสำคัญที่สุด การที่เราเริ่มต้นในการออกกำลังกายธรรมดาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก และสุขภาพที่ดี เมื่อคุณก้าวออกมาออกกำลังกาย ชีวิตของคุณก็เปลี่ยนไปแล้ว

 

ระดับของการออกกำลังกายแต่ละคนไม่เท่ากัน ระดับการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อการเผาผลาญไขมันคือระดับกลาง คือเหนื่อย แต่ยังสามารถพูดคุยได้ปกติ ในระดับสูงคือพูดไม่ได้ หายใจทางปาก แต่ระดับการออกกำลังกายของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีกเช่นกัน เช่นการออกกำลังโดยการวิ่ง 1 km/6 min สำหรับนักกีฬาอาจจะไม่เหนื่อยมาก แต่สำหรับคนปกติอาจจะกายเป็นระดับสูงของเขาเลยทีเดียว ดังนั้นเราควรปรับระดับการออกกำลังกายให้เหมาะกับตัวเองไม่ใช่อ้างอิงจากผู้อื่น

 

สิ่งที่สำคัญคือพลังงานเข้าน้อยกว่าออก ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายธรรมดามากขนาดไหน หากเรารับประทานอาหารมากกว่าที่เราออกกำลังกาย หรือใช้พลังงานน้อยกว่าที่เรากินเข้าไป น้ำหนักของเราก็จะขึ้นหนึ่งกิโลกรัม ในทุกสามพันถึงสี่พันแคลอรี แต่การที่เราจะลดน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัมนั้น เราต้องออกกำลังกายถึง 7,000 แคลอรีเลยที่เดียว

การออกกำลังกายที่แนะนำ การออกกำลังกายที่แนะนำว่าส่งผลดีต่อร่างกายที่สุด คือการออกกำลังกายระดับปานกลาง 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3-5 วัน หรือ 2.5-5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นการออกกำลังกายระดับสูงควรลดลงครึ่งหนึ่ง

การออกกำลังกายให้อะไรมากกว่าที่เราคิด การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักแล้ว ยังส่งผลให้ร่างกายมีความทนต่อความเหนื่อยล้า และอาการบาดเจ็บ และยังช่วยในการป้องการโรคหัวใจหลอดเลือด โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้อีกด้วย

ออกกำลังกายธรรมดา ง่ายๆกับเรา วันนี้นำเสนอการ ออกกำลังกายธรรมดา มีดังนี้

1. เดิน

เดินสะสมระยะทางให้ได้ 15 กม. ต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 3-5 กม.

เดินสะสมในระยะเวลา 6-7 เดือน หรือจะเดินสะสมระยะเวลาให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 30 นาทีหรือแบ่งเป็น 2 รอบ รอบละ 15 นาที

2. วิ่ง

วิ่ง 100-200 เมตร หรือขึ้น-ลงบันได 2 เที่ยวแล้วพัก ยังไม่มีผลต่อหัวใจมากนัก ไม่ช่วยลดพุง

วิ่ง 1.5 กม. ใน 8 นาที เริ่มมีผลต่อหัวใจแต่ยังไม่ลดพุง

วิ่งต่อเนื่องไม่หยุด 12 นาที มีผลต่อหัวใจและลดพุง

วิ่งต่อเนื่องไม่หยุด 30 นาทีขึ้นไป มีผลต่อหัวใจ ลดพุงชัดเจน

3. ยกน้ำหนักเบา ๆ บ่อย ๆ

ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ไม่ลีบ

ระดับฮอร์โมนต่าง ๆ ทำงานได้คงที่ เช่น อินซูลิน

ระดับความดันเลือดคงที่

4. แอโรบิคเบา ๆ บ่อย ๆ

ลดความเครียด เกร็ง ของกล้ามเนื้อ

ชะลอขบวนการเสื่อมจากวัยของระบบกล้ามเนื้อ หัวใจ ปอด และกระดูก

ต้องทำนาน 20 นาทีเป็นอย่างน้อย อาจเป็นการวิ่งออกกำลังอยู่กับที่ ขี่จักรยานอยู่กับที่ หรือเต้นแอโรบิค