3ท่า ออกกำลังกายตอนเช้าง่ายๆ

ออกกำลังกายตอนเช้า

 

สาวๆที่อยากหุ่นสวย ผิวสวย ง่ายๆแค่ตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้า เพียง 5นาที แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ขี้เกียจออกกำลังกายตอนเช้า แต่ไหนๆเราก็ต้องตื่นไปทำงานอยู่แล้ว ตื่นไวอีกสัก 5 นาที ก็สามารถออกกำลังกายได้หุ่นสวยๆกันแล้ว ง่ายขนาดนี้เลยหรอ ใช้เวลาน้อยก็ออกกำลังกายได้ คนที่อยากลดน้ำหนัก อยากกระชับสัดส่วนให้เป๊ะให้ปังโดยไม่ต้องใช้เวลามาก โดยเฉพาะคนที่อยากเบิร์นมากขึ้น หรือมีเวลาเพิ่มขึ้นในช่วงเช้า หากต้องการฟิต แอนด์ เฟิร์มร่างกาย ก็อยากชวนมาขยับไปกับเรา เป็นการเรียกพลังยามเช้าให้รู้สึกสดชื่นยาว ๆ ไปตลอดทั้งวันค่ะ

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก และการควบคุมอาหารการกิน คือทางออกที่ดีและไม่เป็นอันตรายที่สุดค่ะและมักจะถูกใช้เป็นตัวเลือกต้น ๆ เลยคะ การออกกำลังกายตอนเช้าเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดเพราะ ว่าการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักตอนเช้าหลังตื่นนอนจะทำให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานได้ดีกว่าออกกำลังกายเวลาอื่น ๆ ค่ะ รวมถึงเป็นการช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง คลายเครียดไปในตัว ที่สำคัญ เราจะได้ไม่ต้องไปทำงานสายด้วยคะ งั้นคืนนี้เราทุกคนคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการตื่นนอนกันนะคะ ตื่นเร็วขึ้นอีกนิดชีวิตจะเปลี่ยนค่ะ

ตื่นนอนประมาณ 7.00 น.เป็นประจํา ติดต่อกันนาน 4 เดือน แล้วลุกมาออกกำลังกายกาย น้ำหนักจะลดลง ผิวพรรณสดใสขึ้น สมาธิดี จดจําสิ่งต่างๆ ได้เพิ่มขึ้น และมีความสุข

อาจารย์สาทิส อินทรกําแหง กูรูต้นตํารับชีวจิต เขียนไว้ในหนังสือ ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 70 ว่า “นายแพทย์ทอเบน เกล ประธานสมาคมเจอรอนโทโลยีระหว่างชาติ (National Gerontology Association) กล่าวว่า มนุษย์มีอายุอยู่ได้ถึง 120 ปีเป็นอย่างน้อย และปัจจัยที่ทําให้อายุยืน คือ ต้องนอนหลับให้เพียงพอ เหตุเพราะแบบนี้หรือเปล่าไม่ทราบที่ทําให้คนชอบนอนทั้งหลายถือโอกาสนอนยกใหญ่

“อ้างต่อๆ กันไปว่า นอนเยอะๆ แล้วจะอายุยืน บิดขี้เกียจจนสายยังไม่ค่อยจะตื่น เท่านั้นยังจุใจไม่พอ บางคนไปเที่ยวดึกๆ ดื่นๆ นอนเช้าวันเสาร์ ไปตื่นอีกทีเช้าวันจันทร์เลยก็มี ข้อเท็จจริงคือ นอนกินบ้าน กินเมืองแบบนั้นจะอายุสั้น ถ้าตื่นไม่ไหวถึงขนาดต้องนอนเกิน 12 ชั่วโมง แสดงว่าร่างกายกําลังป่วยหนัก”

การนอนหลับสนิท 5–8 ชั่วโมง โดยตื่นขึ้นมามีเรี่ยวแรง กระปรี้กระเปร่า สดชื่น สมองแจ่มใส ถือเป็นการนอนที่ถูกต้อง ซึ่งอาจารย์สาทิสก็ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดว่า นิวโรทรานสมิตเตอร์ (Neurotransmitter) จะเริ่มผ่อนคลาย ได้เคลียร์ตัวเองและระบายท็อกซินออกไปแค่ขณะหลับเท่านั้น

ไม่นานมานี้ งานวิจัยฉบับหนึ่งจากประเทศอังกฤษเผยว่า ผลการศึกษาจากอาสาสมัครจํานวน 73 คน ผู้ที่เข้านอนก่อนเวลา 23.00 น. และตื่นนอนประมาณ 7.00 น.เป็นประจํา ติดต่อกันนาน 4 เดือน น้ำหนักลดลง ผิวพรรณสดใสขึ้น สมาธิดี จดจําสิ่งต่างๆ ได้เพิ่มขึ้น และมีความสุข เราเล็งเห็นถึงประโยชน์มหาศาลของการตื่นเช้า แต่หลายคนคงบอกว่า “รู้ว่าดี แต่ทําไม่ได้” จึงขอแนะนําท่าออกกําลังกายที่จะช่วยปลุกให้ตื่น ลุกจากที่นอนแบบไม่อาลัยอาวรณ์ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายส่วนต่างๆ และช่วยให้สดชื่นทั้งวัน

การออกกําลังกายในตอนเช้า นอกจากจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัว เร่งรีดไขมันแล้ว ยังช่วยให้หลับเร็วทันใจอีกด้วย โดยงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัย แห่งรัฐแอป พาเล เชียน ประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า การออกกําลังกายแบบยืดเหยียด เช่น โยคะ พิลาทีส จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น โดยทําการทดลองกับนักศึกษาจํานวนหนึ่งซึ่งออกกําลังกายเหล่านี้ระหว่างวัน ผลปรากฏว่า พวกเขาสามารถนอนหลับได้เร็วขึ้นวันละ 45 นาที

นอกจากนี้หากสามารถหาเวลาออกกําลังกายช่วงเช้าก็จะช่วยลดความเครียดระหว่างวันได้อีกด้วย ดร.สก็อต คอลี่เออร์ ผู้อํานวยการ Vascular Biology and Autonomic

Studies Laboratory กล่าวเสริมอีกว่า “แต่คุณจะต้องออกกําลังกายช่วง 3-4 ชั่วโมงก่อนเวลานอน”

วันนี้เราจะมาจัดตารางออกกำลังกายมาฝากสาวๆ ที่เวลางานรัดตัว ยุ่งซะจนไม่สามารถออกกำลังได้ โดยตารางที่เราจัดมาให้นี้ ขอแค่สาวๆ มีเวลาซัก 5 นาทีในช่วงเช้า ก็สามารถมีหุ่นดีสมส่วนได้แล้วค่ะ คราวนี้ต่อให้งานยุ่งแค่ไหน ก็สามารถออกกำลังกาย ดูแลรูปร่างได้แล้วค่ะ

3 ท่าง่าย เพื่อการออกกำลังกายตอนเช้า

ท่าที่ 1: Cat/Dog Stretch ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ลดอาการชาตามมือและเท้า เพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

Move No.1 คุกเข่า แยกเข่าห่างกันพอสมควร มือดันพื้นไว้ เหยียดแขนตรงในท่าโก้งโค้ง Move No.2 หายใจเข้าลึกๆ เงยหน้าขึ้นพร้อมแอ่นหน้าอก กดแผ่นหลังลงจนกล้ามเนื้อตึง Move No.3 หายใจออกช้าๆ ก้มหน้าลง พร้อมโก่งตัวขึ้น เกร็งหน้าท้องให้แฟบ

ท่าที่ 2: Butterfly Circle กระตุ้นระบบประสาทและสมอง ยืดกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่

Move No.4 นอนหงาย ชูมือ พนมเหนือใบหน้า ยืดแขนตึง พร้อมยกเข่าขึ้นตั้งฉาก ให้น่องขน Move No.5 ค้างท่าไว้ บิดลําตัว หัวเข่า และแขนไปทางซ้ายหรือขวาหายใจเข้าลึกๆ Move No.6 หายใจออกช้าๆ บิดลําตัว หัวเข่า และแขนกลับไปอีกด้านหนึ่ง

 

ท่าที่ 3: Bed Dip ลดอาการเท้าเย็น กระตุ้นให้แขนและมือได้ทํางานเพิ่มสม

Move No.7 นั่งหลังตรงบริเวณปลายเตียง วางมือไว้ด้านหลังข้างๆ สะโพก Move No.8 กดฝ่ามือลงไป เพื่อรับน้ำหนัก ค่อยๆ กระเถิบสะโพก เลื่อนออกจากเตียง หายใจเข้าลึกๆ Move No.9 ลดระดับตัวลง จนแผ่นหลังสัมผัสขอบเตียง หายใจออกช้าๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *